
สมาทานศีล 5 คำอ่าน คำแปล วิธีอาราธนาศีลที่ถูกต้อง
ศีล 5 คือรากฐานของชีวิตที่ดีในพระพุทธศาสนา ก่อนจะสวดมนต์บทใด ถวายทาน หรือทำสมาธิ พระพุทธเจ้าทรงสอนให้ตั้งอยู่บนศีลก่อน เพราะศีลคือความปกติของจิตใจ คือการไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ตนเองและผู้อื่น หลายคนรู้จักศีล 5 แต่ไม่รู้คำอ่านคำอาราธนา ไม่รู้จะสมาทานอย่างไรเมื่อไม่มีพระอยู่ บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจสมาทานศีล 5 อย่างถูกต้องครบถ้วน
ศีล 5 คืออะไร?
ศีล หมายถึง ความประพฤติปกติ การไม่ล่วงละเมิดขอบเขตที่กำหนด ศีล 5 จึงหมายถึงข้อปฏิบัติ 5 ประการที่ชาวพุทธฆราวาสพึงรักษาเป็นพื้นฐาน ต่างจากศีล 8 ที่เพิ่มข้อปฏิบัติสำหรับวันพระและผู้ต้องการบำเพ็ญจิตเพิ่มขึ้น ศีล 5 คือมาตรฐานขั้นต่ำที่ทำให้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสงบสุข
การสมาทานศีล 5 ไม่ใช่เพียงการท่องคาถา แต่คือการประกาศต่อพระรัตนตรัยว่าเราตั้งใจรักษาข้อปฏิบัติเหล่านี้ด้วยความสมัครใจ เป็นการสร้างสัญญาระหว่างตัวเองกับธรรม
ศีล 5 ข้อ ความหมายของแต่ละข้อ
ข้อที่ 1 — ปาณาติปาตา เวระมะณี
ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
คำแปล: ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบทคือการเว้นจากการฆ่าสัตว์ ปาณาติปาตา แปลว่า การทำให้ชีวิตตกล่วงไป หมายถึงการฆ่าสัตว์ด้วยมือตนเอง ใช้ให้ผู้อื่นฆ่า หรือเห็นดีเห็นงามในการฆ่า ข้อนี้ฝึกให้เรามีความเมตตาต่อสิ่งมีชีวิตทั้งปวง
ข้อที่ 2 — อะทินนาทานา เวระมะณี
อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
คำแปล: ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบทคือการเว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้ อะทินนาทานา หมายถึงการลัก ฉ้อ โกง หรือหยิบฉวยสิ่งที่ไม่ใช่ของตน ข้อนี้ฝึกให้เรารู้จักเคารพทรัพย์สินของผู้อื่น และหาเลี้ยงชีพด้วยความสุจริต
ข้อที่ 3 — กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี
กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
คำแปล: ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบทคือการเว้นจากการประพฤติผิดในกาม กาเมสุมิจฉาจาร หมายถึงการล่วงละเมิดทางเพศต่อบุคคลที่มีผู้อื่นปกครอง ข้อนี้ปกป้องครอบครัวและความไว้วางใจระหว่างมนุษย์
ข้อที่ 4 — มุสาวาทา เวระมะณี
มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
คำแปล: ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบทคือการเว้นจากการพูดเท็จ มุสาวาทา หมายถึงการพูดโกหก พูดหลอกลวง รวมถึงการพูดส่อเสียด คำหยาบ และคำเพ้อเจ้อ ข้อนี้ฝึกให้วาจาเป็นที่น่าเชื่อถือและสร้างสรรค์
ข้อที่ 5 — สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี
สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
คำแปล: ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบทคือการเว้นจากการดื่มสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท ข้อนี้ไม่ใช่การห้ามดื่มเพราะเป็นบาปโดยตรง แต่เพราะสุราทำให้สติเสื่อม เมื่อขาดสติก็ละเมิดศีลข้ออื่นๆ ได้ง่ายขึ้นมาก
คำอาราธนาศีล 5 ฉบับสมบูรณ์ (สวดคนเดียว)
เมื่อสวดมนต์คนเดียวที่บ้านหรือในสถานที่ที่ไม่มีพระสงฆ์ เราสามารถสมาทานศีล 5 ด้วยตัวเองได้ โดยสวดดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 — สวดนะโม 3 จบ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)
น้อมระลึกถึงพระพุทธเจ้าก่อนเสมอ ก่อนการสมาทานศีลใดๆ
ขั้นตอนที่ 2 — สวดไตรสรณคมน์
พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
คำแปล: ข้าพเจ้าถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง ถึงพระธรรมเป็นที่พึ่ง ถึงพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง (กล่าว 3 รอบ)
ขั้นตอนที่ 3 — สมาทานศีล 5
ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
ขั้นตอนที่ 4 — บทสรุปสมาทาน
อิมานิ ปัญจะสิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ (3 จบ)
คำแปล: ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท 5 ประการเหล่านี้ กล่าว 3 ครั้งเพื่อยืนยันความตั้งใจ
คำอาราธนาศีล 5 เมื่อมีพระสงฆ์ (สำหรับหมู่ชน)
เมื่อไปวัดหรือมีพระสงฆ์นำ ผู้ขอรับศีลจะกล่าวคำอาราธนาก่อน แล้วสวดตามพระ
มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะสีลานิ ยาจามะ ทุติยัมปิ มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะสีลานิ ยาจามะ ตะติยัมปิ มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะสีลานิ ยาจามะ
คำแปล: ข้าแต่พระคุณเจ้า พวกข้าพเจ้าขอรับศีล 5 พร้อมด้วยไตรสรณคมน์ เพื่อรักษาต่างๆ กัน (กล่าว 3 ครั้ง) หากมาคนเดียวเปลี่ยน "มะยัง" เป็น "อะหัง" และ "ยาจามะ" เป็น "ยาจามิ"
วิธีสมาทานศีล 5 ที่บ้าน ไม่มีพระก็ทำได้
คำถามที่พบบ่อยคือ ถ้าไม่มีพระ จะรับศีลได้ไหม? คำตอบคือ ได้ การสมาทานศีลด้วยตัวเองที่บ้านเป็นสิ่งที่พระพุทธศาสนาอนุญาต และมีอานิสงส์เต็มเปี่ยมเช่นกัน สำคัญที่ความตั้งใจของผู้สมาทาน ไม่ใช่พิธีกรรมภายนอก
- นั่งในท่าสบาย หน้าพระพุทธรูปหรือสถานที่ที่เคารพ
- ประนมมือ ตั้งจิตให้สงบ
- สวดนะโม 3 จบ
- สวดไตรสรณคมน์ 3 จบ
- สวดสมาทานศีล 5 ข้อพร้อมบทสรุป
- อธิษฐานจิตว่าจะรักษาศีลนี้ตลอดวัน หรือตลอดไป
สมาทานศีล 5 บ่อยแค่ไหน?
ไม่มีกฎตายตัว แต่แนวทางที่นิยมปฏิบัติกันมี 3 ระดับ
- ทุกเช้า — สมาทานศีลพร้อมทำวัตรเช้า เพื่อตั้งใจรักษาตลอดวัน
- ทุกวันพระ — สมาทานศีล 5 หรือศีล 8 เป็นพิเศษในวันธรรมสวนะ
- ในวันสำคัญ — วันเกิด วันขึ้นปีใหม่ วันที่ต้องการสะสมบุญเป็นพิเศษ
สำหรับผู้ที่ทำวัตรเช้าเป็นประจำ สามารถเพิ่มการสมาทานศีล 5 หลังไตรสรณคมน์ได้เลย อ่านลำดับการทำวัตรเช้าที่สมบูรณ์ได้ที่บทความ ทำวัตรเช้า คืออะไร บทสวดมนต์เช้าครบ
อานิสงส์การรักษาศีล 5
พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า ศีลเป็นรากฐานของคุณธรรมทั้งปวง ผู้รักษาศีล 5 จะได้รับอานิสงส์มากมาย
- ไม่มีเวรภัย — ไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น ย่อมไม่ถูกตอบโต้
- จิตใจสะอาด — ไม่มีความกลัว ไม่มีความรู้สึกผิด จิตใจเบาสบาย
- เป็นที่ไว้วางใจ — คนรอบข้างเคารพและไว้ใจ ชีวิตสังคมราบรื่น
- สมาธิตั้งมั่นง่าย — จิตที่มีศีลเป็นรากฐานบรรลุสมาธิได้เร็วกว่า
- มีอายุยืน — ด้วยการไม่เบียดเบียนผู้อื่น
- หลังตาย ไปสู่สุคติ — ผู้รักษาศีล 5 ครบถ้วนตลอดชีวิต จะไปสู่ภูมิที่ดี
ถ้าศีลขาด ต้องทำอย่างไร?
ศีลขาดหมายถึงการล่วงละเมิดข้อปฏิบัติที่สมาทานไว้ เช่น โกหก หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลักพุทธศาสนาสอนให้ สมาทานใหม่ ไม่ใช่การลงโทษตัวเอง การสมาทานศีลใหม่คือการเริ่มต้นใหม่ ทำได้ทุกเมื่อ ในพระพุทธศาสนาไม่มีการสารภาพบาปต่อพระ แต่มีการสมาทานศีลซ้ำเพื่อตั้งใจใหม่
บทอธิษฐานหลังศีลขาด
อิมานิ ปัญจะสิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ
สวดซ้ำ 3 จบพร้อมตั้งใจว่าจะรักษาใหม่ เท่านี้ก็ถือว่าได้รับศีลใหม่แล้ว
ศีล 5 กับการสวดมนต์ประจำวัน
ในการสวดมนต์ทุกครั้ง ลำดับที่ถูกต้องตามธรรมเนียมคือ นะโม → ไตรสรณคมน์ → สมาทานศีล 5 → บทสวดมนต์ต่างๆ → แผ่เมตตา ศีล 5 จึงเปรียบเหมือนประตูทางเข้าสู่การปฏิบัติธรรม ก่อนที่จิตใจจะเข้าสู่ความสงบในสมาธิและการสวดมนต์ได้เต็มที่
สำหรับวันพระ แนะนำให้สมาทานศีล 5 ทุกครั้งก่อนสวดมนต์ หรือหากต้องการเพิ่มความสม่ำเสมอในการปฏิบัติธรรม อ่านบทความ สวดมนต์วันพระ สวดอะไรดี บทไหนเหมาะ และ แผ่เมตตา บทสวดแผ่เมตตา วิธีสวด ได้บุญอะไร เพื่อเห็นภาพรวมการปฏิบัติที่สมบูรณ์
สรุป: ศีล 5 คือของขวัญที่ให้ตัวเองและโลก
การสมาทานศีล 5 ไม่ใช่เรื่องเคร่งครัดหรือน่ากลัว แต่คือการประกาศว่าเราเลือกใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไม่ทำร้ายตนเองและผู้อื่น ทุกครั้งที่สมาทานศีล ไม่ว่าจะที่วัดหรือที่บ้านคนเดียว คือการสร้างโลกที่ดีขึ้นทีละคน ทีละวัน เริ่มจากตัวเองก่อน แล้วแผ่ออกไปสู่คนรอบข้าง